โดย ผศ.ศุภวิทย์ ถาวรบุตร

สำนักพิมพ์ Illuminations Editions

“...สังคมไทยอาจเคยชินที่จะคิดว่าคณิตศาสตร์คือการคำนวณ เป็นการเรียนเพื่อมุ่งจะหาคำตอบว่าบรรดาสมการหรือวิธีคิดอันซับซ้อนต่างๆ เมื่อคำนวณแล้วท้ายที่สุดจะต้องได้ ‘คำตอบ’ ออกมา เป็นโจทย์ที่ต้องเฉลย  ซึ่งเป็นการมองโดยเน้นที่ ‘ผลลัพธ์’ และ ‘การใช้ประโยชน์’   ทั้งที่ในความเป็นจริง หัวใจของการศึกษาคณิตศาสตร์คือการอาศัยตรรกะเพื่อนำไปสู่คำตอบที่เชื่อถือได้ว่าถูกต้อง 

ความสำคัญของคณิตศาสตร์อยู่ที่ ‘กระบวนการ’ ไม่ใช่ ‘ผลลัพธ์’ เพราะกระบวนการจะเป็นตัวชี้ให้เห็นว่า วิธีคิดใดมีตรรกะรองรับและตรรกะนั้นถูกต้องหรือไม่   หากเปรียบการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ใดๆ  เป็นเหมือนการเดินทาง การคำนวณด้วยตัวเลขให้ได้ผลลัพธ์ถือเป็นเพียงก้าวสุดท้ายของการเดินทาง ขณะที่การคิดตามตรรกะเชิงคณิตศาสตร์คือทุกก้าวก่อนหน้านั้น...”

“มองอย่างกว้างๆ หนังสือเล่มนี้มีข้อเสนอหลักว่า การเกิดและเติบโตของวิทยาศาสตร์ในสังคมตะวันตกเป็นการเติบโตทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา เป็นมากกว่าชัยชนะขององค์ความรู้ในแบบปฏิบัตินิยม    ภายใต้สถานการณ์ที่สังคมยุโรปข้ามพ้นโลกทัศน์เก่าในช่วงเวลาสำคัญที่สุดทางภูมิปัญญา แนวคิดและสถาบันต่างๆ ปะทะกันจนกระทั่งสถาปนากรอบคิดที่เป็นแก่นของระบบภูมิปัญญาสมัยใหม่ได้   หนังสือนี้สนใจเรื่องราวที่เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการดังกล่าวและนำแนวทางมาใช้สำรวจต้นกำเนิดของวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้เข้าใจประวัติศาสตร์ทางความคิดในช่วงเวลานั้น”

Q&A ศุภวิทย์ ถาวรบุตร ผู้เขียน ‘กุญแจแห่งฟากฟ้า: เรขาคณิตวิเคราะห์ จากกรีกโบราณถึงนิวตัน’

Q: ช่วยเล่าเรื่องของตัวเองเล็กน้อย ว่าทำไมจบปริญญาตรี จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในปี 41 ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 แต่กลับเลือกมาทำปริญญาโทต่อที่ภาควิชาประวัติศาสตร์ มธ. จนจบในปี 46? คือก่อนต่อโท อาจารย์ยังมีโอกาสทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัยสถาบันนโยบายสังคมและเศรษฐกิจ (ISEP) และได้ใช้วิชาที่เรียนมาทางเศรษฐศาสตร์อีกด้วย ทำไมไม่เลือกเรียนโทต่อในคณะเศรษฐศาสตร์ แต่กลับมาเรียนต่อที่ภาคประวัติศาสตร์
A: ผมชอบเศรษฐศาสตร์นะ ขณะที่เรียนก็สนุกกับมันอย่างเต็มที่ เรียนจบทำงานก็ค่อนข้างตรงสายอีก แต่ส่วนตัวชอบประวัติศาสตร์มานาน ซึ่งชอบแบบงูๆ ปลาๆ ชอบอ่านแต่ไม่ได้คิดจะยึดเป็นวิชาชีพ และสมัยเรียน ป.ตรี เคยมีโอกาสมาลงวิชาประวัติศาสตร์บ้าง เจอกับอาจารย์ที่สอนเก่ง มีเกร็ดความรู้เยอะ จึงรู้สึกว่าการเรียนประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยสนุก ไม่เหมือนเรียนในโรงเรียน...
 
อ่านฉบับเต็มได้ใน 

 

โดย รศ.ดร.นภดล ชาติประเสริฐ

โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บทที่ 1 ประวัติศาสตร์บรูไนก่อนได้รับเอกราชใน ค.ศ.1984 โดยสังเขป

บทที่ 2 การรักษาเสถียรภาพหลังได้รับเอกราช (ค.ศ.1984-1988)

บทที่ 3 การเพิ่มบทบาทในประชาคมโลก (ค.ศ.1989-1996)

บทที่ 4 โอกาสและความท้าทายท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ (ค.ศ.1997-2003)

บทที่ 5 การปรับเปลี่ยนทางการเมืองและฟื้นฟูเศรษฐกิจ (ค.ศ.2004-2011)

บทที่ 6 การปรับเปลี่ยนเพื่อเผชิญกับความท้าทายในทศวรรษใหม่ (ค.ศ.2012-2017)

บทที่ 7 สรุป

บรรณานุกรม

ภาคผนวก

โดย รศ.ดร.จุฬาพร เอื้อรักสกุล

สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2561

ตำราเล่มนี้ครอบคลุมภาพรวมทั้งหมดของสหภาพยุโรปตั้งแต่ก่อตั้งจนถึง ค.ศ.1992 สาระสำคัญคือ การศึกษา/วิเคราะห์ปัจจัยและบริบทที่ทำให้เกิดนโยบายสำคัญและผลกระทบของนโยบายต่อองค์กรและบูรณาการโดยรวม วิธีการศึกษาคือประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สหภาพยุโรปเป็นองค์กรข้ามชาติที่โดดเด่นยิ่งกว่าองค์กรอื่น คือ เป็นองค์กรเหนือชาติที่ทุกประเทศสมาชิกยอมรับให้กฎหมายของสหภาพยุโรคเป็นกฎหมายสูงสุด สมาชิกแทบทั้งหมดใช้เงินสกุลเดียวคือ ยูโร ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความสำคัญสูงของโลก ขณะนี้ พลเมืองของสมาชิก 27 ประเทศรวมทั้งหมดประมาณ 500 ล้านคนได้ถูกสร้างให้เป็น "พลเมืองยุโรป" และสามารถเดินทางอย่างเสรีใน "พื้นที่เชงเกน" หรือพื้นที่ที่ยกเลิกการควมคุมเขตแดนระหว่างสมาชิก กระบวนการบูรณาการที่ก้าวหน้ายิ่งได้เป็นปาฏิหาริย์ที่พลิกให้สหภาพยุโรปเป็นดินแดนที่มีสันติภาพที่ยั่งยืนที่สุดของโลกในวันนี้

โดย ผศ.นุชธิดา ราศีวิสุทธิ์

สำนักพิมพ์ ยิปซี

สงครามกลางเมืองสเปนเริ่มต้นขึ้นเมื่อทหารก่อรัฐประหารในวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1936 เพื่อโค่นล้มรัฐบาลฝ่ายซ้าย ทหารวางแผนว่าจะยึดอำนาจอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าสถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ การยึดอำนาจล้มเหลวในหลายเมือง ประเทศสเปนแตกออกเป็นสองเสี่ยง ซีกหนึ่งฝ่ายกบฏทหารยึดครองโดยมีนายพลฟรานซิสโก ฟรังโกเป็นผู้นำ อีกซีกหนึ่งฝ่ายรัฐบาลยังคงกุมอำนาจเอาไว้ได้ มหาอำนาจในยุโรปไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหภาพโซเวียตต่างกระโจนเข้าร่วมสงครามกลางเมืองสเปนในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ความขัดแย้งภายในประเทศพัฒนากลายเป็นสงครามนานาชาติที่ยืดเยื้อถึงสามปีและนำพาหายนะมาสู่ประเทศสเปน

สงครามกลางเมืองสเปนทำให้พี่น้องร่วมชาติหันมาเข่นฆ่ากันเองอย่างโหดร้ายทารุณ ชาวสเปนประมาณ 5-6 แสนคนเสียชีวิตระหว่างสงคราม และอีก 4 แสนคนที่ต้องหลบหนีออกนอกประเทศ ชาวสเปนทุกคนเผชิญกับความทุกข์ยากจากสงครามไม่ว่าโดยตรงก็โดยอ้อม ยิ่งไปกว่านั้น สงครามกลางเมืองเป็นการสู้รบที่ผลาญทรัพย์สมบัติของชาติอย่างแท้จริง ฝ่ายรัฐบาลใช้ทองคำสำรองทั้งหมดในการทำสงคราม ในขณะที่ฝ่ายนายพลฟรังโกใช้วิธีกู้ยืม นั่นเท่ากับว่าฝ่ายหนึ่งนำเงินปัจจุบันมาใช้ อีกฝ่ายหนึ่งนำเงินอนาคตมาใช้ ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังจากที่สงครามยุติ ประเทศสเปนจะจมดิ่งลงสู่วิกฤตเศรษฐกิจและอยู่ในสภาพที่แร้นแค้น

 

แปลโดย ผศ.นุชธิดา ราศีวิสุทธิ์ และ อ.วรภัทร ดิศบุณยะ

สำนักพิมพ์ ยิปซี, 2560

หนังสือ ‘ประวัติศาสตร์เม็กซิโก (ฉบับปรับปรุงใหม่)’ เป็นหนังสือที่คนเม็กซิกันรู้จักกันดีและเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือประวัติศาสตร์เม็กซิโกที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งในประเทศเม็กซิโก วิทยาลัยเม็กซิโกจัดพิมพ์หนังสือเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1973 และมีการพิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้ง ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา หนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์มากกว่า 250,000 เล่ม ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆมากถึง 14 ภาษา ต่อมาในปี ค.ศ. 2004 วิทยาลัยแห่งเม็กซิโกได้ปรับปรุงเนื้อหาของหนังสือใหม่เพื่อให้ทันสมัยและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

หนังสือ ‘ประวัติศาสตร์เม็กซิโก (ฉบับปรับปรุงใหม่)’ มีความกระชับและชัดเจน ความโดดเด่นส่วนหนึ่งอยู่ที่ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเม็กซิโกตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงปี ค.ศ. 2000 อีกส่วนหนึ่งอยู่ที่การนำเสนอประวัติศาสตร์โดยย่อและในมุมกว้าง โดยผู้เขียนทั้ง 7 ท่านได้คัดสรรเนื้อหาที่จำเป็นในการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์เม็กซิโก ทั้งนี้ ผู้อ่านชาวไทยจะได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวความเป็นมาของประเทศที่รู้สึกว่าห่างไกลและเป็นโลกที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก และนี่คือประวัติศาสตร์ของชาติที่มีความหลากหลายและซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

โดย ผศ.ดร. นิภาพร รัชตพัฒนากุล
สำนักพิมพ์ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ Japan Foundation, 2560

หนังสือเล่มนี้มีเป้าหมายเพื่อที่จะอธิบายประวัติศาสตร์ความเป็นมาของข้อพิพาทพรมแดนทางทะเลในระดับความรู้พื้นฐาน ซึ่งมีบทความ หนังสือ ตำราจำนวนหนึ่งได้กล่าวถึงไว้บ้าง แต่ยังขาดงานที่เชื่อมโยงและชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างข้อพิพาทในแต่ละส่วนรอบเกาะญี่ปุ่นว่าเป็นกระบวนการเดียวหรือแยกขาดจากกันอย่างไร อีกด้านหนึ่งประเทศคู่กรณีทั้งญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไต้หวัน รัสเซีย ต่างพยายามสร้างคำอธิบายทางประวัติศาสตร์เพื่อยืนยันความชอบธรรมของตนในการครอบครองดินแดน ซึ่งคำอธิบายทางประวัติศาสตร์เหล่านี้เป็นความรู้อีกด้านหนึ่งที่สามารถเรียนรู้ได้จากข้อพิพาทพรมแดน อีกทั้งยังช่วยชี้ให้เห็นความสำคัญของประวัติศาสตร์ยุคโบราณที่มีต่อสถานการณ์ปัจจุบันเสมอ

เหตุที่ผู้เขียนใช้กรณีความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและประเทศเพื่อนบ้านเป็นตัวอย่างในการทำความเข้าใจปัญหาระหว่างประเทศด้วยมิติทางประวัติศาสตร์และชี้ให้เห็นความสำคัญของความรู้ประวัติศาสตร์ต่อสถานการณ์ปัจจุบันนั้น เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีนัยสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศสมัยใหม่ กล่าวคือ ในบริบทสงครามเย็นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกได้แบ่งออกเป็นสองค่ายสำคัญที่เผชิญหน้ากัน อีกทั้งภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาปกครองญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายปีนับตั้งแต่แพ้สงครามในปี 1945 ถึงปี 1952 และยังคงฐานทัพไว้ที่โตเกียวและโอกินะวะจนกระทั่งปัจจุบัน ญี่ปุ่นจึงเป็นฐานทัพของสหรัฐอเมริกาที่อยู่ใกล้โซเวียตและจีนมากที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้นการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของข้อพิพาทพรมแดนของญี่ปุ่นกับประเทศเพื่อนบ้าน จะช่วยสะท้อนภาพสงครามเย็นที่ซับซ้อนและยังคงดำรงอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งแตกต่างกับสงครามเย็นในตะวันตกที่จบลงแล้วในทศวรรษ 1990

Page 2 of 3