วิทยานิพนธ์ระดับมหาบัณฑิต
ชนชั้นนำไทยกับการจัดการการศึกษาไทย: หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล กับโครงการด้านการศึกษา พ.ศ. 2490-2512
โดย ภานุพงศ์ สิทธิสาร
ดาวน์โหลดได้ที่ http://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:179087

บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ตั้งคำถามสำคัญว่า ม.ล. ปิ่น มาลากุล ในฐานะสมาชิกเครือข่ายชนชั้นนำไทย มีบทบาทอย่างไร ต่อการจัดตั้งโครงการด้านการศึกษาหลายโครงการ ระหว่าง พ.ศ. 2490 – 2512 รวมถึงโครงการด้านการศึกษาที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลอย่างไรต่อพัฒนาการระบบการศึกษาของไทยในช่วงเวลาดังกล่าว การศึกษานี้ใช้เอกสารชั้นต้นและเอกสารชั้นรอง ได้แก่ เอกสารส่วนบุคคลในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เอกสารราชการ บันทึกความทรงจำของ ม.ล. ปิ่น มาลากุล และบุคคลใกล้ชิด หนังสือ และบทความ จากการศึกษาพบว่า นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ม.ล. ปิ่น มาลากุล เป็นผู้ริเริ่มโครงการด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับความช่วยเหลือจากองค์การระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาผ่านหลักการมูลสารศึกษา เมื่อเข้าสู่สมัยรัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ปรับเป้าหมายให้ประสานกับนโยบายของรัฐ ดังนั้น จึงเกิดโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค (พ.ศ.ภ.) เพื่อมุ่งขยายการศึกษาทุกระดับชั้นออกสู่ชนบท ผลจากการดำเนินโครงการตลอดสองทศวรรษ ทำให้การศึกษาไทยมีความก้าวหน้าขึ้นโดยลำดับ ด้วยปัจจัย 5 ประการ คือ 1. คุณสมบัติส่วนตัวของ ม.ล. ปิ่น มาลากุล 2. เครือข่ายอุดมการณ์ราชาชาตินิยมในกระทรวงศึกษาธิการ 3. งบประมาณ 4. ยุคพัฒนาของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ 5. ค่านิยมของพลเมืองที่มีต่อการศึกษา

 

วิทยานิพนธ์ระดับปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
ศาสนวัตถุกับอุดมการณ์กษัตริย์นิยมไทย พุทธทศวรรษ 2410-2540
โดย วิศรุต บวงสรวง
ดาวน์โหลดได้ที่ http://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:179210

บทคัดย่อ

งานศึกษานี้มุ่งศึกษา ศาสนวัตถุที่ชนชั้นนำของรัฐไทยนับตั้งแต่พระมหากษัตริย์ และชนชั้นนำของรัฐ นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งผ่านอุดมการณ์ทางการเมือง และสร้างเครือข่ายทางการเมืองมาอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์ การศึกษาว่า ศาสนวัตถุดังกล่าวมีสถานะอย่างไรในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จึงเป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มคำอธิบายประวัติการเมืองไทยให้ชัดเจนขึ้น โดยมุ่งอธิบายว่า “ศาสนวัตถุ อันได้แก่ พระพุทธรูป พระเครื่อง และวัตถุมงคล ถูกทำให้เกี่ยวข้องกับการเมืองไทยในช่วงพุทธทศวรรษ 2410 ถึงช่วงพุทธทศวรรษ 2540 อย่างไรบ้าง” และ “อุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เกี่ยวข้องอย่างไรกับศาสนวัตถุเหล่านั้น” โดยมุ่งสร้างข้อถกเถียงหลักว่า “รัฐ และชนชั้นนำแห่งรัฐ ได้ใช้บรรดาศาสนวัตถุต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ ผลิตซ้ำ และส่งผ่านอุดมการณ์หลักแห่งชาติ ผ่านการผลิตสร้างศาสนวัตถุต่าง ๆ ขึ้นมา รวมถึงตีความหมายใหม่ให้กับบรรดาวัตถุสิ่งของที่มีอยู่เดิมเพื่อหนุนเสริมสถานภาพทางการเมืองของฝ่ายตน” รวมถึงชี้ให้เห็นว่า ศาสนวัตถุ ซึ่งเป็นวัตถุทางความเชื่อในชีวิตประจำวันของคนไทยนั้น มีสถานะเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ช่วยให้เห็นภาพการต่อสู้ทางอุดมการณ์ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้ด้วย นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 25 เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์ทรงสร้างพระพุทธรูป พระเครื่องและเหรียญที่ระลึกขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายอุดมการณ์ทางการเมือง และสร้างสำนึกความจงรักภักดีในหมู่ฐานมวลชนตามพระราชนิยมในแต่ละรัชกาล อุดมการณ์กษัตริย์นิยมในพระเครื่อง และเหรียญที่ระลึกปราศจากคู่แข่งเรื่อยมา จนกระทั่งการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้สร้างเหรียญเพื่อเผยแพร่อุดมการณ์รัฐธรรมนูญนิยมขึ้น และนำมาสู่การต่อสู้ช่วงชิงทางอุดมการณ์ผ่านการสร้างพระเครื่องฉลอง 25 พุทธศตวรรษ ที่กีดกันบทบาทของพระมหากษัตริย์ออกไป ครั้นต่อมาเมื่อฝ่ายกษัตริย์นิยมฟื้นคืนอำนาจอีกครั้งในต้นพุทธทศวรรษ 2500 สถาบันพระมหากษัตริย์ก้าวขึ้นมามีบทบาทนำในการสร้างพระเครื่องเพื่อการต่อต้านคอมมิวนิสต์ขึ้น โดยใช้พระพุทธรูป และพระเครื่องนั้นแสดงจุดยืนทางการเมือง สร้างเครือข่ายนักรบผู้จงรักภักดีเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์จากการคุกคามของคอมมิวนิสต์ เมื่อเข้าสู่กลางพุทธทศวรรษ 2520 ภายใต้บริบทภัยคอมมิวนิสต์ที่คลี่คลาย การสร้างพระเครื่องโดยสถาบันพระมหากษัตริย์ และเครือข่ายยังคงดำเนินไปอย่างกว้างขวาง และมีนัยเน้นย้ำสถานะการที่ทรงเป็นผู้นำของโลกทางธรรมของพระมหากษัตริย์ ในบริบทการต่อสู้ทางอุดมการณ์อันยาวนานในประวัติศาสตร์ไทย ศาสนวัตถุได้กลายมาเป็นวัตถุทางวัฒนธรรมที่ถูกใช้เพื่อส่งผ่านอุดมการณ์กษัตริย์นิยมที่สำคัญและทรงประสิทธิภาพ

วิทยานิพนธ์ระดับมหาบัณฑิต
บทบาทของกองทัพไทยในการจัดการป่าไม้ในสมัยสงครามเย็น พ.ศ. 2502-2534
โดย ธนวัฒน์ รุ่งเรืองตันติสุข
ดาวน์โหลดได้ที่ http://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:179086

บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาบทบาทของกองทัพไทยในการจัดการป่าไม้ในสมัยสงครามเย็น พ.ศ.2502-2534 เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่กองทัพเริ่มต้นบทบาทการจัดการป่าไม้อย่างกว้างขวาง ทั้งที่มิใช่บทบาทของกองทัพ โดยวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จะให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องสถานการณ์ของสงครามเย็นที่ส่งผลให้กองทัพมีบทบาทในการจัดการป่าไม้อย่างกว้างขวาง วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เสนอว่า สถานการณ์ของสงครามเย็นในช่วงทศวรรษ 2500 ได้ส่งผลให้แนวนโยบายการพัฒนาประเทศกลายมาเป็นเป้าหมายด้านความมั่นคงที่สำคัญของรัฐ กองทัพไทยซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญต่อบทบาทการรักษาความมั่นคงภายใน ได้รับมอบหมายภารกิจการดำเนินยุทธศาสตร์พัฒนาในพื้นที่ป่าไม้โดยเฉพาะการสร้างถนนและการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรเพื่อลดการขยายฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ซึ่งมักตั้งอยู่ตามป่าเขา โดยในช่วงทศวรรษ 2520 กองทัพจะยิ่งให้ความสำคัญต่อภารกิจดังกล่าวมากขึ้นเมื่อกองทัพได้ให้ความสำคัญต่อนโยบายการเมืองนำการทหาร หรือการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์แทนที่การใช้กำลังทหารปราบปรามซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2516-2520 จนกระทั่งสถานการณ์ของสงครามเย็นใกล้จะสิ้นสุดลงในช่วงปลายทศวรรษ 2520-ต้นทศวรรษ 2530 กองทัพซึ่งหมดความจำเป็นที่จะปฏิบัติภารกิจภายในประเทศ ก็ได้ขยายบทบาทการจัดการป่าไม้มาสู่เรื่องของการอนุรักษ์ โดยกองทัพให้เหตุผลว่าบทบาทดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับความมั่นคงใหม่ของรัฐ นอกจากนั้น กองทัพยังสามารถฉวยโอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการอนุรักษ์ป่าไม้ได้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการดำเนินโครงการ กองทัพก็ได้เริ่มอพยพราษฎรออกจากพื้นที่ป่าไม้ เนื่องจากกองทัพมีความคิดเห็นว่าราษฎรเหล่านี้เป็นอุปสรรคในการดำเนินโครงการ ทั้งที่ในสมัยที่กองทัพทำสงครามต่อต้าน พคท. กองทัพคือแกนนำในการส่งเสริมให้ราษฎรบุกเบิกที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าไม้เพื่อลดการขยายฐานที่มั่นของ พคท.

วิทยานิพนธ์ระดับมหาบัณฑิต
โฆษณาชวนเชื่อในนิตยสารเสรีภาพ พ.ศ. 2497-2518
โดย ธงนรินทร์ นามวงศ์
ปี 2562

ดาวน์โหลดได้ที่ Http://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:179085

บทคัดย่อ

สหรัฐอเมริกาและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างลึกซึ้งทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ประเทศไทยได้กลายเป็นป้อมปราการของการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยยังได้นำพาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยมโลกที่นำโดยสหรัฐอเมริกา หลักฐานหนึ่งที่แสดงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ คือ สิ่งพิมพ์ในช่วงเวลาดังกล่าว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาการโฆษณาชวนเชื่อในนิตยสารเสรีภาพที่ถูกพิมพ์และเผยแพร่โดยสำนักข่าวสารอเมริกัน (USIS) ตั้งแต่ พ.ศ. 2497 ถึง พ.ศ. 2518 โดยนิตยสารฉบับนี้เป็นเครื่องมือหนึ่งของฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษากระบวนการทำงานของเสรีภาพในช่วงเวลาที่ปราศจากคู่แข่งในทางการเมืองภายหลังจากการกวาดล้างของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ใน พ.ศ. 2501 เป็นต้นมา จากการศึกษาพบว่านิตยสารเสรีภาพมีโครงเรื่อง (plot) ที่นำเสนอเนื้อหาที่แสดงให้เห็นขั้วตรงข้ามระหว่างความเลวร้ายของโลกคอมมิวนิสต์กับความดีงามของโลกเสรี ซึ่งคอมมิวนิสต์กลายมาเป็นภัยคุกคามต่อ “ความเป็นไทย” อันมี “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” นอกจากนั้นเสรีภาพยังนำเสนอบทบาทของหน่วยงานราชการและบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการเป็น “สัญลักษณ์” ในการต่อต้านคอมมิวนิสต์และเป็น “ผู้เผยแพร่” วัฒนธรรมอเมริกันด้วย เสรีภาพยังโฆษณาชวนเชื่อให้เห็นภาพของความดีงามของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยที่เกิดจากขึ้นจากการเข้าไปอยู่ภายใต้ระเบียบโลกที่นำโดยสหรัฐอเมริกาผ่านทางการนำเสนอ วัฒนธรรมอเมริกัน แนวคิดแบบประชาธิปไตย ทุนนิยมและการพัฒนา รวมถึงในท้ายที่สุดได้นำพาคนไทยให้เข้าสู่การ “บริโภคนิยมแบบอเมริกัน” ในช่วงสงครามเย็นด้วย